AdminLTELogo
พาน้องกลับห้องเรียน สพป.พิษณุโลก เขต 2
รายการผลการติดตามนักเรียน
09 กุมภาพันธ์ 2569
13:47:15

โรงเรียนวัดท่าหมื่นราม เด็กหญิงวสุรัตน์  สุ่มอุด

นักเรียนมีพฤติกรรมขาดเรียนบ่อย ทางโรงเรียนวัดท่าหมื่นรามออกเยี่ยมบ้านและติดตาม พร้อมทั้งแจ้งผู้ปกครองให้พานักเรียนกลับมาเรียน ขณะนี้นักเรียนกลับมาเข้าเรียนเรียบร้อยแล้ว

ผู้ประสานงาน นางสาวสุกัญญา โมลา

เบอร์โทรศัพท์ 083-8680-528

นักเรียนกลุ่มเสี่ยง
25 พฤศจิกายน 2568
15:16:17

การติดตามนักเรียน โรงเรียนสพป.พิษณุโลก เขต 2

แนวปฏิบัติของครูประจำชั้น

1. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนติดต่อกัน 3 วัน ครูประจำชั้นต้องทราบข้อมูลและสาเหตุ

การขาดเรียน

2. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน หรือหยุดเรียนเกิน 7 วัน ภายใน 1 เดือน

ครูประจำชั้น ติดตามนักเรียน สังเกตพฤติกรรมนักเรียน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุการหยุดเรียน

ของนักเรียน และบันทึกรายงานให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูงานทะเบียนโดยพลัน

3. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนต่อเนื่องเกิน 1 เดือน ครูประจำชั้นจัดทำข้อมูลพื้นฐานนักเรียน

และสภาพปัญหาสาเหตุที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (ตามแบบ 1 สพป.พิษณุโลก เขต 2)

เพื่อส่งต่อให้ครูที่รับผิดชอบงานทะเบียน

 

 แนวปฏิบัติของครูงานทะเบียน

1.  ในกรณีที่ได้รับรายงานจากครูประจำชั้นว่ามีนักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน

หรือหยุดเรียนเกิน 7 วันภายใน 1 เดือน ให้รีบดำเนินการบันทึกข้อความรายงานนักเรียน

ขาดเรียนนาน ให้ผู้บริหารทราบ (ครั้งที่ 1)

2. ผู้บริหารสถานศึกษาแจ้งเป็นหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองนำนักเรียนมาเข้าเรียนโดยพลัน

โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือให้ผู้ปกครองลงชื่อรับหนังสือโดยตรง (แบบ พฐ.17)

3. กรณีที่ผู้ปกครองไม่ส่งเด็กเข้าเรียนภายหลังจากได้รับแจ้งเป็นหนังสือตามข้อ 2 แล้ว

(จำนวน 2 ครั้ง) สถานศึกษารายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครอง

ส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณีทราบ (แบบ พฐ. 17/1)

4. เมื่อแจ้งครั้งที่ 1 แล้ว หากผู้ปกครองยังไม่นำนักเรียนมาเรียนตามกำหนด (ขาดเกิน 10 วัน)

ให้ครูงานทะเบียนติดตามนักเรียน และรายงานให้ครูระบบดูแลทราบ คือ (บันทึกข้อความ

รายงานนักเรียนขาดเรียนนาน (ครั้งที่ 2) โดยระยะเวลาจาก ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 2 ห่างกัน

เป็นเวลา 7 วัน และทำหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน ให้ผู้ปกครองรับทราบ

โดยใช้  (แบบ พฐ.17)

5. กรณีแจ้งครบ 2 ครั้งแล้ว ยังไม่ได้รับการติดต่อจากนักเรียน/ผู้ปกครอง ให้ทำบันทึกข้อความ

แจ้งผู้บริหารสถานศึกษาทันที

6. การติดตามนักเรียนทุกกรณี ให้ครูประจำชั้นรายงานผลการติดตามนักเรียนผ่านครูผู้รับผิดชอบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

 

 

 

 

 



 แนวปฏิบัติของครูระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน/ ครูแนะแนว

1. เมื่อได้รับรายงานจากครูประจำชั้นว่ามีนักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน

หรือหยุดเรียนเกิน 7 วัน ภายใน 1 เดือน ให้รีบดำเนินการร่วมกับครูประจำชั้น เพื่อวิเคราะห์

ถึงสาเหตุและความจำเป็นที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน

2. รายงานสภาพปัญหาให้ผู้บริหารสถานศึกษา ทราบในทันที

3. ติดต่อ ประสานงานผู้ปกครองนักเรียนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

4. ในกรณีที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้ว ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนมาเข้าเรียนให้รายงาน

ผู้บริหารสถานศึกษา ทราบ ในทันที และ

5. จัดทำข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (ตามแบบ 2 สพป.พิษณุโลก

เขต 2)

6. พิจารณาข้อมูลนักเรียน ด้านสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว สภาพปัญหาที่พบเห็น

และดำเนินการออกเยี่ยมบ้านนักเรียนรายบุคคล

7. พิจารณาดำเนินงานการให้คำปรึกษารายบุคคลกับนักเรียนที่ยังคงอยู่ในพื้นที่

เพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจตนเอง และเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียน

8. ในการติดตามนักเรียนแต่ละครั้งให้ครูระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน/ครูแนะแนว

เก็บข้อมูลของการติดตามแต่ละครั้งไว้เป็นหลักฐาน โดยจัดทำแฟ้มนักเรียนที่หยุดเรียน

เป็นเวลานานเป็นรายบุคคล  ตามแบบฟอร์ม

8.1 บันทึกข้อความรายงานนักเรียนขาดเรียนนาน (ของสถานศึกษา)

8.2 แบบหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน (แบบ พฐ.17)

8.3 แบบรายงานกรณีนักเรียนหยุดเรียน (แบบ พฐ.17/1)

8.4 แบบบัญชีรายงานการติดตามนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน 

(แบบ 1 สพป.พิษณุโลก เขต 2)

8.5 แบบข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (แบบ 2 สพป.พิษณุโลก เขต 2)

 

 แนวปฏิบัติของผู้บริหารสถานศึกษา

1. เมื่อได้รับรายงานจากครูงานทะเบียน หรือครูระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน ให้พิจารณาหาแนวทางการช่วยเหลือนักเรียน

ต่อคณะกรรมการสถานศึกษา

2. ประสานงานการติดตามนักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน กับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน

ในเขตพื้นที่ของสถานศึกษา

3. พิจารณาวางแผนการแก้ไขปัญหานักเรียน ร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง และ/ หรือให้ความช่วยเหลือ ตามสภาพความจำเป็น

ของนักเรียน

4. เน้นย้ำ ชี้แจงผู้ปกครองถึงผลกระทบต่อความผิดมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

5. ในกรณีที่ดำเนินงานตามข้อ 1-4 แล้ว ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนมาเข้าเรียนให้รายงาน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (แบบ พฐ. 17/1) และ (แบบ 1,

แบบ 2 สพป.พิษณุโลก เขต 2) ในทันที

6. พิจารณา นักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน อาจจะไม่อยู่ในพื้นที่ ไปทำงานต่างถิ่น

เป็นประจำ หรือไปอาศัยอยู่กับผู้ปกครอง ให้ครูงานทะเบียน นำหนังสือแบบรับรองการไม่มีตัวตน (แบบ พฐ.23) ให้ผู้ปกครองท้องถิ่น (ผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน) ในพื้นที่ของนักเรียนลงชื่อรับรองแล้วดำเนินการแจ้งครูงานทะเบียนนักเรียนเพื่อดำเนินการและนำส่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการต่อไป

6. กรณีนักเรียนที่มีสาเหตุความจำเป็นกรณีพิเศษที่ไม่สามารถเรียนในระบบได้

และมีความจำเป็นต้องส่งต่อไปเรียนนอกระบบการศึกษา ให้ผู้ปกครองยื่นความประสงค์ที่โรงเรียน และรายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เพื่อพิจารณาความจำเป็นต่อไป

 

แนวปฏิบัติของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

1. เมื่อได้รับรายงานจากสถานศึกษา (ตามแบบ พฐ.17/1) และ (แบบ 1, แบบ 2 สพป.

พิษณุโลก เขต 2 และ แบบใบส่งการรับคำปรึกษาทางจิตวิทยา) แล้ว

2. พิจารณาคัดกรอง สาเหตุ และสภาพปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคลประสานงาน

ผู้บริหารสถานศึกษา ครูงานทะเบียน และครูผู้รับผิดชอบงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

เพื่อเตรียมการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน

3. กลั่นกรองสภาพปัญหานักเรียนเป็นรายบุคคล

4. ติดต่อ ประสานงานผู้ปกครองนักเรียนโดยตรง เพื่อให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน

ตามปกติ

5. ในกรณีที่ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนเข้าเรียนตามปกติ พิจารณาแต่งตั้งคณะทำงาน

เพื่อดำเนินการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน เพื่อหาแนวทางการช่วยเหล

ผู้รายงาน นางสาวสมใจ เหมบุตร

25 พฤศจิกายน 2568
15:25:46

การติดตามนักเรียน โรงเรียนสพป.พิษณุโลก เขต 2

รบกวน คุณครูประจำชั้น ดำเนินการตามแนวทางนี้เป็นเบื้องต้นก่อนนะคะ

แนวปฏิบัติของครูประจำชั้น

1. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนติดต่อกัน 3 วัน ครูประจำชั้นต้องทราบข้อมูลและสาเหตุ

การขาดเรียน

2. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน หรือหยุดเรียนเกิน 7 วัน ภายใน 1 เดือน

ครูประจำชั้น ติดตามนักเรียน สังเกตพฤติกรรมนักเรียน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุการหยุดเรียน

ของนักเรียน และบันทึกรายงานให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูงานทะเบียนโดยพลัน

3. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนต่อเนื่องเกิน 1 เดือน ครูประจำชั้นจัดทำข้อมูลพื้นฐานนักเรียน

และสภาพปัญหาสาเหตุที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (ตามแบบ 1 สพป.พิษณุโลก เขต 2)

เพื่อส่งต่อให้ครูที่รับผิดชอบงานทะเบียน

 

 แนวปฏิบัติของครูงานทะเบียน

1.  ในกรณีที่ได้รับรายงานจากครูประจำชั้นว่ามีนักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน

หรือหยุดเรียนเกิน 7 วันภายใน 1 เดือน ให้รีบดำเนินการบันทึกข้อความรายงานนักเรียน

ขาดเรียนนาน ให้ผู้บริหารทราบ (ครั้งที่ 1)

2. ผู้บริหารสถานศึกษาแจ้งเป็นหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองนำนักเรียนมาเข้าเรียนโดยพลัน

โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือให้ผู้ปกครองลงชื่อรับหนังสือโดยตรง (แบบ พฐ.17)

3. กรณีที่ผู้ปกครองไม่ส่งเด็กเข้าเรียนภายหลังจากได้รับแจ้งเป็นหนังสือตามข้อ 2 แล้ว

(จำนวน 2 ครั้ง) สถานศึกษารายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครอง

ส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณีทราบ (แบบ พฐ. 17/1)

4. เมื่อแจ้งครั้งที่ 1 แล้ว หากผู้ปกครองยังไม่นำนักเรียนมาเรียนตามกำหนด (ขาดเกิน 10 วัน)

ให้ครูงานทะเบียนติดตามนักเรียน และรายงานให้ครูระบบดูแลทราบ คือ (บันทึกข้อความ

รายงานนักเรียนขาดเรียนนาน (ครั้งที่ 2) โดยระยะเวลาจาก ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 2 ห่างกัน

เป็นเวลา 7 วัน และทำหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน ให้ผู้ปกครองรับทราบ

โดยใช้  (แบบ พฐ.17)

5. กรณีแจ้งครบ 2 ครั้งแล้ว ยังไม่ได้รับการติดต่อจากนักเรียน/ผู้ปกครอง ให้ทำบันทึกข้อความ

แจ้งผู้บริหารสถานศึกษาทันที

6. การติดตามนักเรียนทุกกรณี ให้ครูประจำชั้นรายงานผลการติดตามนักเรียนผ่านครูผู้รับผิดชอบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

 

 

 

 

 



 แนวปฏิบัติของครูระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน/ ครูแนะแนว

1. เมื่อได้รับรายงานจากครูประจำชั้นว่ามีนักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน

หรือหยุดเรียนเกิน 7 วัน ภายใน 1 เดือน ให้รีบดำเนินการร่วมกับครูประจำชั้น เพื่อวิเคราะห์

ถึงสาเหตุและความจำเป็นที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน

2. รายงานสภาพปัญหาให้ผู้บริหารสถานศึกษา ทราบในทันที

3. ติดต่อ ประสานงานผู้ปกครองนักเรียนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

4. ในกรณีที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้ว ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนมาเข้าเรียนให้รายงาน

ผู้บริหารสถานศึกษา ทราบ ในทันที และ

5. จัดทำข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (ตามแบบ 2 สพป.พิษณุโลก

เขต 2)

6. พิจารณาข้อมูลนักเรียน ด้านสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว สภาพปัญหาที่พบเห็น

และดำเนินการออกเยี่ยมบ้านนักเรียนรายบุคคล

7. พิจารณาดำเนินงานการให้คำปรึกษารายบุคคลกับนักเรียนที่ยังคงอยู่ในพื้นที่

เพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจตนเอง และเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียน

8. ในการติดตามนักเรียนแต่ละครั้งให้ครูระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน/ครูแนะแนว

เก็บข้อมูลของการติดตามแต่ละครั้งไว้เป็นหลักฐาน โดยจัดทำแฟ้มนักเรียนที่หยุดเรียน

เป็นเวลานานเป็นรายบุคคล  ตามแบบฟอร์ม

8.1 บันทึกข้อความรายงานนักเรียนขาดเรียนนาน (ของสถานศึกษา)

8.2 แบบหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน (แบบ พฐ.17)

8.3 แบบรายงานกรณีนักเรียนหยุดเรียน (แบบ พฐ.17/1)

8.4 แบบบัญชีรายงานการติดตามนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน 

(แบบ 1 สพป.พิษณุโลก เขต 2)

8.5 แบบข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (แบบ 2 สพป.พิษณุโลก เขต 2)

 

 แนวปฏิบัติของผู้บริหารสถานศึกษา

1. เมื่อได้รับรายงานจากครูงานทะเบียน หรือครูระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน ให้พิจารณาหาแนวทางการช่วยเหลือนักเรียน

ต่อคณะกรรมการสถานศึกษา

2. ประสานงานการติดตามนักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน กับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน

ในเขตพื้นที่ของสถานศึกษา

3. พิจารณาวางแผนการแก้ไขปัญหานักเรียน ร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง และ/ หรือให้ความช่วยเหลือ ตามสภาพความจำเป็น

ของนักเรียน

4. เน้นย้ำ ชี้แจงผู้ปกครองถึงผลกระทบต่อความผิดมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

5. ในกรณีที่ดำเนินงานตามข้อ 1-4 แล้ว ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนมาเข้าเรียนให้รายงาน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (แบบ พฐ. 17/1) และ (แบบ 1,

แบบ 2 สพป.พิษณุโลก เขต 2) ในทันที

6. พิจารณา นักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน อาจจะไม่อยู่ในพื้นที่ ไปทำงานต่างถิ่น

เป็นประจำ หรือไปอาศัยอยู่กับผู้ปกครอง ให้ครูงานทะเบียน นำหนังสือแบบรับรองการไม่มีตัวตน (แบบ พฐ.23) ให้ผู้ปกครองท้องถิ่น (ผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน) ในพื้นที่ของนักเรียนลงชื่อรับรองแล้วดำเนินการแจ้งครูงานทะเบียนนักเรียนเพื่อดำเนินการและนำส่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการต่อไป

7. กรณีนักเรียนที่มีสาเหตุความจำเป็นกรณีพิเศษที่ไม่สามารถเรียนในระบบได้

และมีความจำเป็นต้องส่งต่อไปเรียนนอกระบบการศึกษา ให้ผู้ปกครองยื่นความประสงค์ที่โรงเรียน และรายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เพื่อพิจารณาความจำเป็นต่อไป

 

แนวปฏิบัติของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

1. เมื่อได้รับรายงานจากสถานศึกษา (ตามแบบ พฐ.17/1) และ (แบบ 1, แบบ 2 สพป.

พิษณุโลก เขต 2 และ แบบใบส่งการรับคำปรึกษาทางจิตวิทยา) แล้ว

2. พิจารณาคัดกรอง สาเหตุ และสภาพปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคลประสานงาน

ผู้บริหารสถานศึกษา ครูงานทะเบียน และครูผู้รับผิดชอบงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

เพื่อเตรียมการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน

3. กลั่นกรองสภาพปัญหานักเรียนเป็นรายบุคคล

4. ติดต่อ ประสานงานผู้ปกครองนักเรียนโดยตรง เพื่อให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน

ตามปกติ

5. ในกรณีที่ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนเข้าเรียนตามปกติ พิจารณาแต่งตั้งคณะทำงาน

เพื่อดำเนินการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล

6. พิจารณาดำเนินงานการให้คำปรึกษารายบุคคลกับนักเรียนโดยตรง โดยนักจิตวิทยา

โรงเรียนประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้นักเรียนรู้จัก เข้าใจ ยอมรับตนเองและปัญหาที่กำลังเผชิญและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง เพื่อจุดมุ่งหมายให้นักเรียนกลับเข้ามาเรียนในสถานศึกษาจนจบการศึกษาภาคบังคับ

7. ประสานงานผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานทางการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ให้ความช่วยเหลือตามสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล

8. พิจารณาความจำเป็นของผู้ปกครองที่มีความประสงค์จะส่งนักเรียนเข้าเรียนนอกระบบกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (ใกล้เขตพื้นที่บริการ หรือใกล้ที่อยู่อาศัยของนักเรียนในปัจจุบัน) โดยแจ้งให้ผู้ปกครองทำการย้ายนักเรียนออกจากสถานศึกษา

เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้พิจารณาต่อไป

 

 

9. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความดูแลช่วยเหลือและรับนักเรียน

เข้าศึกษาต่อจบการศึกษาภาคบังคับ

10. ชี้แจง สร้างความตระหนัก และสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักเรียน/ผู้ปกครอง

ในความจำเป็นของการศึกษาต่อจนจบการศึกษาภาคบังคับ

11.  ติดตาม ตรวจสอบหน่วยงานทางการศึกษาปลายทางที่ผู้ปกครองแจ้งความประสงค์

ไปเข้าเรียน

12. จัดทำข้อมูลสารสนเทศการส่งต่อนักเรียน การติดตามผล

13.  จัดทำเกียรติบัตร ยกย่องให้กับบุคลากรในสถานศึกษาที่ดำเนินการติดตาม

และสรุปรายงานผลการดำเนินงานการติดตามนักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน

ได้กลับเข้ามาเรียน  ในระบบหรือส่งต่อนักเรียนไปนอกระบบ จนสำเร็จทุกขั้นตอน

 

 

หมายเหตุ : พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ไม่มีการแก้ไขมาตรา 15 

ซึ่งยังคงระบุว่าผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้เด็กไม่ได้เรียน

ในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท 

  • เนื้อหาของมาตรา 15: ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทำด้วยประการใด ๆ

อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

หนึ่งหมื่นบาท

  • ไม่มีการแก้ไขมาตรา 15: จากข้อมูลที่มีอยู่ ไม่พบการแก้ไขมาตรา 15

ของพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545

  • การอ้างอิงอื่นๆ: อาจมีการสับสนกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้ง แต่มาตรา 15 ของพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ

พ.ศ. 2545 ยังคงเดิม 

ผู้รายงาน นางสาวสมใจ เหมบุตร