รายการผลการติดตามนักเรียน
โรงเรียนวัดท่าหมื่นราม เด็กชายเกียรติกุล เดชเจริญ
ผู้ประสานงาน นางสาวสุกัญญา โมลา
เบอร์โทรศัพท์ 083-8680-528
การติดตามนักเรียน โรงเรียนสพป.พิษณุโลก เขต 2
แนวปฏิบัติของครูประจำชั้น
1. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนติดต่อกัน 3 วัน ครูประจำชั้นต้องทราบข้อมูลและสาเหตุ
การขาดเรียน
2. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน หรือหยุดเรียนเกิน
7 วัน ภายใน 1 เดือน
ครูประจำชั้น ติดตามนักเรียน สังเกตพฤติกรรมนักเรียน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุการหยุดเรียน
ของนักเรียน และบันทึกรายงานให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูงานทะเบียนโดยพลัน
3. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนต่อเนื่องเกิน 1 เดือน
ครูประจำชั้นจัดทำข้อมูลพื้นฐานนักเรียน
และสภาพปัญหาสาเหตุที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (ตามแบบ 1 สพป.พิษณุโลก
เขต 2)
เพื่อส่งต่อให้ครูที่รับผิดชอบงานทะเบียน
แนวปฏิบัติของครูงานทะเบียน
1. ในกรณีที่ได้รับรายงานจากครูประจำชั้นว่ามีนักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน
หรือหยุดเรียนเกิน 7 วันภายใน 1 เดือน ให้รีบดำเนินการบันทึกข้อความรายงานนักเรียน
ขาดเรียนนาน ให้ผู้บริหารทราบ (ครั้งที่ 1)
2. ผู้บริหารสถานศึกษาแจ้งเป็นหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองนำนักเรียนมาเข้าเรียนโดยพลัน
โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือให้ผู้ปกครองลงชื่อรับหนังสือโดยตรง
(แบบ พฐ.17)
3. กรณีที่ผู้ปกครองไม่ส่งเด็กเข้าเรียนภายหลังจากได้รับแจ้งเป็นหนังสือตามข้อ
2 แล้ว
(จำนวน 2 ครั้ง)
สถานศึกษารายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณีทราบ (แบบ พฐ. 17/1)
4. เมื่อแจ้งครั้งที่ 1 แล้ว หากผู้ปกครองยังไม่นำนักเรียนมาเรียนตามกำหนด
(ขาดเกิน 10 วัน)
ให้ครูงานทะเบียนติดตามนักเรียน และรายงานให้ครูระบบดูแลทราบ
คือ (บันทึกข้อความ
รายงานนักเรียนขาดเรียนนาน (ครั้งที่ 2) โดยระยะเวลาจาก ครั้งที่ 1
ถึงครั้งที่ 2 ห่างกัน
เป็นเวลา 7 วัน และทำหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน
ให้ผู้ปกครองรับทราบ
โดยใช้
(แบบ พฐ.17)
5. กรณีแจ้งครบ 2 ครั้งแล้ว
ยังไม่ได้รับการติดต่อจากนักเรียน/ผู้ปกครอง ให้ทำบันทึกข้อความ
แจ้งผู้บริหารสถานศึกษาทันที
6. การติดตามนักเรียนทุกกรณี
ให้ครูประจำชั้นรายงานผลการติดตามนักเรียนผ่านครูผู้รับผิดชอบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
แนวปฏิบัติของครูระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน/
ครูแนะแนว
1. เมื่อได้รับรายงานจากครูประจำชั้นว่ามีนักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน
หรือหยุดเรียนเกิน 7 วัน ภายใน 1 เดือน ให้รีบดำเนินการร่วมกับครูประจำชั้น
เพื่อวิเคราะห์
ถึงสาเหตุและความจำเป็นที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน
2. รายงานสภาพปัญหาให้ผู้บริหารสถานศึกษา
ทราบในทันที
3. ติดต่อ
ประสานงานผู้ปกครองนักเรียนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
4. ในกรณีที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้ว
ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนมาเข้าเรียนให้รายงาน
ผู้บริหารสถานศึกษา ทราบ ในทันที และ
5. จัดทำข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (ตามแบบ 2 สพป.พิษณุโลก
เขต 2)
6. พิจารณาข้อมูลนักเรียน
ด้านสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว สภาพปัญหาที่พบเห็น
และดำเนินการออกเยี่ยมบ้านนักเรียนรายบุคคล
7. พิจารณาดำเนินงานการให้คำปรึกษารายบุคคลกับนักเรียนที่ยังคงอยู่ในพื้นที่
เพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจตนเอง
และเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียน
8. ในการติดตามนักเรียนแต่ละครั้งให้ครูระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน/ครูแนะแนว
เก็บข้อมูลของการติดตามแต่ละครั้งไว้เป็นหลักฐาน โดยจัดทำแฟ้มนักเรียนที่หยุดเรียน
เป็นเวลานานเป็นรายบุคคล ตามแบบฟอร์ม
8.1
บันทึกข้อความรายงานนักเรียนขาดเรียนนาน (ของสถานศึกษา)
8.2
แบบหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน (แบบ พฐ.17)
8.3
แบบรายงานกรณีนักเรียนหยุดเรียน (แบบ พฐ.17/1)
8.4
แบบบัญชีรายงานการติดตามนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน
(แบบ 1 สพป.พิษณุโลก เขต 2)
8.5
แบบข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (แบบ 2 สพป.พิษณุโลก เขต 2)
แนวปฏิบัติของผู้บริหารสถานศึกษา
1. เมื่อได้รับรายงานจากครูงานทะเบียน
หรือครูระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน
ให้พิจารณาหาแนวทางการช่วยเหลือนักเรียน
ต่อคณะกรรมการสถานศึกษา
2. ประสานงานการติดตามนักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน
กับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน
ในเขตพื้นที่ของสถานศึกษา
3. พิจารณาวางแผนการแก้ไขปัญหานักเรียน
ร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
และ/ หรือให้ความช่วยเหลือ ตามสภาพความจำเป็น
ของนักเรียน
4. เน้นย้ำ
ชี้แจงผู้ปกครองถึงผลกระทบต่อความผิดมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ
พ.ศ. 2545 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)
5. ในกรณีที่ดำเนินงานตามข้อ 1-4 แล้ว
ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนมาเข้าเรียนให้รายงาน
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (แบบ พฐ. 17/1) และ
(แบบ 1,
แบบ 2 สพป.พิษณุโลก เขต 2)
ในทันที
6. พิจารณา นักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน
อาจจะไม่อยู่ในพื้นที่ ไปทำงานต่างถิ่น
เป็นประจำ หรือไปอาศัยอยู่กับผู้ปกครอง ให้ครูงานทะเบียน
นำหนังสือแบบรับรองการไม่มีตัวตน (แบบ พฐ.23) ให้ผู้ปกครองท้องถิ่น (ผู้ใหญ่บ้าน
หรือกำนัน) ในพื้นที่ของนักเรียนลงชื่อรับรองแล้วดำเนินการแจ้งครูงานทะเบียนนักเรียนเพื่อดำเนินการและนำส่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ดำเนินการต่อไป
6. กรณีนักเรียนที่มีสาเหตุความจำเป็นกรณีพิเศษที่ไม่สามารถเรียนในระบบได้
และมีความจำเป็นต้องส่งต่อไปเรียนนอกระบบการศึกษา
ให้ผู้ปกครองยื่นความประสงค์ที่โรงเรียน
และรายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เพื่อพิจารณาความจำเป็นต่อไป
แนวปฏิบัติของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
1. เมื่อได้รับรายงานจากสถานศึกษา
(ตามแบบ พฐ.17/1) และ (แบบ 1, แบบ 2 สพป.
พิษณุโลก เขต 2 และ แบบใบส่งการรับคำปรึกษาทางจิตวิทยา) แล้ว
2. พิจารณาคัดกรอง สาเหตุ
และสภาพปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคลประสานงาน
ผู้บริหารสถานศึกษา ครูงานทะเบียน
และครูผู้รับผิดชอบงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
เพื่อเตรียมการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน
3. กลั่นกรองสภาพปัญหานักเรียนเป็นรายบุคคล
4. ติดต่อ ประสานงานผู้ปกครองนักเรียนโดยตรง
เพื่อให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน
ตามปกติ
5. ในกรณีที่ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนเข้าเรียนตามปกติ
พิจารณาแต่งตั้งคณะทำงาน
เพื่อดำเนินการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน เพื่อหาแนวทางการช่วยเหล
ผู้รายงาน นางสาวสมใจ เหมบุตร
เบอร์โทรศัพท์ 087-5742-547
การติดตามนักเรียน โรงเรียนสพป.พิษณุโลก เขต 2
รบกวน คุณครูประจำชั้น ดำเนินการตามแนวทางนี้เป็นเบื้องต้นก่อนนะคะ
แนวปฏิบัติของครูประจำชั้น
1. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนติดต่อกัน 3 วัน ครูประจำชั้นต้องทราบข้อมูลและสาเหตุ
การขาดเรียน
2. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน หรือหยุดเรียนเกิน 7 วัน ภายใน 1 เดือน
ครูประจำชั้น ติดตามนักเรียน สังเกตพฤติกรรมนักเรียน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุการหยุดเรียน
ของนักเรียน และบันทึกรายงานให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูงานทะเบียนโดยพลัน
3. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนต่อเนื่องเกิน 1 เดือน ครูประจำชั้นจัดทำข้อมูลพื้นฐานนักเรียน
และสภาพปัญหาสาเหตุที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (ตามแบบ 1 สพป.พิษณุโลก เขต 2)
เพื่อส่งต่อให้ครูที่รับผิดชอบงานทะเบียน
แนวปฏิบัติของครูงานทะเบียน
1. ในกรณีที่ได้รับรายงานจากครูประจำชั้นว่ามีนักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน
หรือหยุดเรียนเกิน 7 วันภายใน 1 เดือน ให้รีบดำเนินการบันทึกข้อความรายงานนักเรียน
ขาดเรียนนาน ให้ผู้บริหารทราบ (ครั้งที่ 1)
2. ผู้บริหารสถานศึกษาแจ้งเป็นหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองนำนักเรียนมาเข้าเรียนโดยพลัน
โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือให้ผู้ปกครองลงชื่อรับหนังสือโดยตรง (แบบ พฐ.17)
3. กรณีที่ผู้ปกครองไม่ส่งเด็กเข้าเรียนภายหลังจากได้รับแจ้งเป็นหนังสือตามข้อ 2 แล้ว
(จำนวน 2 ครั้ง) สถานศึกษารายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณีทราบ (แบบ พฐ. 17/1)
4. เมื่อแจ้งครั้งที่ 1 แล้ว หากผู้ปกครองยังไม่นำนักเรียนมาเรียนตามกำหนด (ขาดเกิน 10 วัน)
ให้ครูงานทะเบียนติดตามนักเรียน และรายงานให้ครูระบบดูแลทราบ คือ (บันทึกข้อความ
รายงานนักเรียนขาดเรียนนาน (ครั้งที่ 2) โดยระยะเวลาจาก ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 2 ห่างกัน
เป็นเวลา 7 วัน และทำหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน ให้ผู้ปกครองรับทราบ
โดยใช้ (แบบ พฐ.17)
5. กรณีแจ้งครบ 2 ครั้งแล้ว ยังไม่ได้รับการติดต่อจากนักเรียน/ผู้ปกครอง ให้ทำบันทึกข้อความ
แจ้งผู้บริหารสถานศึกษาทันที
6. การติดตามนักเรียนทุกกรณี ให้ครูประจำชั้นรายงานผลการติดตามนักเรียนผ่านครูผู้รับผิดชอบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
แนวปฏิบัติของครูระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน/ ครูแนะแนว
1. เมื่อได้รับรายงานจากครูประจำชั้นว่ามีนักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน
หรือหยุดเรียนเกิน 7 วัน ภายใน 1 เดือน ให้รีบดำเนินการร่วมกับครูประจำชั้น เพื่อวิเคราะห์
ถึงสาเหตุและความจำเป็นที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน
2. รายงานสภาพปัญหาให้ผู้บริหารสถานศึกษา ทราบในทันที
3. ติดต่อ ประสานงานผู้ปกครองนักเรียนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
4. ในกรณีที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้ว ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนมาเข้าเรียนให้รายงาน
ผู้บริหารสถานศึกษา ทราบ ในทันที และ
5. จัดทำข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (ตามแบบ 2 สพป.พิษณุโลก
เขต 2)
6. พิจารณาข้อมูลนักเรียน ด้านสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว สภาพปัญหาที่พบเห็น
และดำเนินการออกเยี่ยมบ้านนักเรียนรายบุคคล
7. พิจารณาดำเนินงานการให้คำปรึกษารายบุคคลกับนักเรียนที่ยังคงอยู่ในพื้นที่
เพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจตนเอง และเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียน
8. ในการติดตามนักเรียนแต่ละครั้งให้ครูระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน/ครูแนะแนว
เก็บข้อมูลของการติดตามแต่ละครั้งไว้เป็นหลักฐาน โดยจัดทำแฟ้มนักเรียนที่หยุดเรียน
เป็นเวลานานเป็นรายบุคคล ตามแบบฟอร์ม
8.1 บันทึกข้อความรายงานนักเรียนขาดเรียนนาน (ของสถานศึกษา)
8.2 แบบหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน (แบบ พฐ.17)
8.3 แบบรายงานกรณีนักเรียนหยุดเรียน (แบบ พฐ.17/1)
8.4 แบบบัญชีรายงานการติดตามนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน
(แบบ 1 สพป.พิษณุโลก เขต 2)
8.5 แบบข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (แบบ 2 สพป.พิษณุโลก เขต 2)
แนวปฏิบัติของผู้บริหารสถานศึกษา
1. เมื่อได้รับรายงานจากครูงานทะเบียน หรือครูระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน ให้พิจารณาหาแนวทางการช่วยเหลือนักเรียน
ต่อคณะกรรมการสถานศึกษา
2. ประสานงานการติดตามนักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน กับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน
ในเขตพื้นที่ของสถานศึกษา
3. พิจารณาวางแผนการแก้ไขปัญหานักเรียน ร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง และ/ หรือให้ความช่วยเหลือ ตามสภาพความจำเป็น
ของนักเรียน
4. เน้นย้ำ ชี้แจงผู้ปกครองถึงผลกระทบต่อความผิดมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)
5. ในกรณีที่ดำเนินงานตามข้อ 1-4 แล้ว ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนมาเข้าเรียนให้รายงาน
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (แบบ พฐ. 17/1) และ (แบบ 1,
แบบ 2 สพป.พิษณุโลก เขต 2) ในทันที
6. พิจารณา นักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน อาจจะไม่อยู่ในพื้นที่ ไปทำงานต่างถิ่น
เป็นประจำ หรือไปอาศัยอยู่กับผู้ปกครอง ให้ครูงานทะเบียน นำหนังสือแบบรับรองการไม่มีตัวตน (แบบ พฐ.23) ให้ผู้ปกครองท้องถิ่น (ผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน) ในพื้นที่ของนักเรียนลงชื่อรับรองแล้วดำเนินการแจ้งครูงานทะเบียนนักเรียนเพื่อดำเนินการและนำส่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการต่อไป
7. กรณีนักเรียนที่มีสาเหตุความจำเป็นกรณีพิเศษที่ไม่สามารถเรียนในระบบได้
และมีความจำเป็นต้องส่งต่อไปเรียนนอกระบบการศึกษา ให้ผู้ปกครองยื่นความประสงค์ที่โรงเรียน และรายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เพื่อพิจารณาความจำเป็นต่อไป
แนวปฏิบัติของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
1. เมื่อได้รับรายงานจากสถานศึกษา (ตามแบบ พฐ.17/1) และ (แบบ 1, แบบ 2 สพป.
พิษณุโลก เขต 2 และ แบบใบส่งการรับคำปรึกษาทางจิตวิทยา) แล้ว
2. พิจารณาคัดกรอง สาเหตุ และสภาพปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคลประสานงาน
ผู้บริหารสถานศึกษา ครูงานทะเบียน และครูผู้รับผิดชอบงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
เพื่อเตรียมการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน
3. กลั่นกรองสภาพปัญหานักเรียนเป็นรายบุคคล
4. ติดต่อ ประสานงานผู้ปกครองนักเรียนโดยตรง เพื่อให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน
ตามปกติ
5. ในกรณีที่ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนเข้าเรียนตามปกติ พิจารณาแต่งตั้งคณะทำงาน
เพื่อดำเนินการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล
6. พิจารณาดำเนินงานการให้คำปรึกษารายบุคคลกับนักเรียนโดยตรง โดยนักจิตวิทยา
โรงเรียนประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้นักเรียนรู้จัก เข้าใจ ยอมรับตนเองและปัญหาที่กำลังเผชิญและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง เพื่อจุดมุ่งหมายให้นักเรียนกลับเข้ามาเรียนในสถานศึกษาจนจบการศึกษาภาคบังคับ
7. ประสานงานผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานทางการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ให้ความช่วยเหลือตามสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล
8. พิจารณาความจำเป็นของผู้ปกครองที่มีความประสงค์จะส่งนักเรียนเข้าเรียนนอกระบบกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (ใกล้เขตพื้นที่บริการ หรือใกล้ที่อยู่อาศัยของนักเรียนในปัจจุบัน) โดยแจ้งให้ผู้ปกครองทำการย้ายนักเรียนออกจากสถานศึกษา
เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้พิจารณาต่อไป
9. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความดูแลช่วยเหลือและรับนักเรียน
เข้าศึกษาต่อจบการศึกษาภาคบังคับ
10. ชี้แจง สร้างความตระหนัก และสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักเรียน/ผู้ปกครอง
ในความจำเป็นของการศึกษาต่อจนจบการศึกษาภาคบังคับ
11. ติดตาม ตรวจสอบหน่วยงานทางการศึกษาปลายทางที่ผู้ปกครองแจ้งความประสงค์
ไปเข้าเรียน
12. จัดทำข้อมูลสารสนเทศการส่งต่อนักเรียน การติดตามผล
13. จัดทำเกียรติบัตร ยกย่องให้กับบุคลากรในสถานศึกษาที่ดำเนินการติดตาม
และสรุปรายงานผลการดำเนินงานการติดตามนักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน
ได้กลับเข้ามาเรียน ในระบบหรือส่งต่อนักเรียนไปนอกระบบ จนสำเร็จทุกขั้นตอน
หมายเหตุ : พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ไม่มีการแก้ไขมาตรา 15
ซึ่งยังคงระบุว่าผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้เด็กไม่ได้เรียน
ในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
- เนื้อหาของมาตรา 15: ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทำด้วยประการใด ๆ
อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน
หนึ่งหมื่นบาท
- ไม่มีการแก้ไขมาตรา 15: จากข้อมูลที่มีอยู่ ไม่พบการแก้ไขมาตรา 15
ของพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545
- การอ้างอิงอื่นๆ: อาจมีการสับสนกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้ง แต่มาตรา 15 ของพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ
พ.ศ. 2545 ยังคงเดิม