AdminLTELogo
พาน้องกลับห้องเรียน สพป.พิษณุโลก เขต 2
รายการผลการติดตามนักเรียน
24 พฤศจิกายน 2568
13:52:23

โรงเรียนวัดท่าหมื่นราม เด็กชายเกียรติกุล  เดชเจริญ

นักเรียนมีพฤติกรรมขาดเรียนบ่อย ทางโรงเรียนวัดท่าหมื่นรามออกเยี่ยมบ้านและติดตาม พร้อมทั้งแจ้งผู้ปกครองให้พานักเรียนกลับมาเรียน แต่พบว่านักเรียนยังมีพฤติกรรมขาดเรียนเหมือนเดิม

ผู้ประสานงาน นางสาวสุกัญญา โมลา

เบอร์โทรศัพท์ 083-8680-528

นักเรียนกลุ่มเสี่ยง
25 พฤศจิกายน 2568
15:17:28

การติดตามนักเรียน โรงเรียนสพป.พิษณุโลก เขต 2

แนวปฏิบัติของครูประจำชั้น

1. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนติดต่อกัน 3 วัน ครูประจำชั้นต้องทราบข้อมูลและสาเหตุ

การขาดเรียน

2. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน หรือหยุดเรียนเกิน 7 วัน ภายใน 1 เดือน

ครูประจำชั้น ติดตามนักเรียน สังเกตพฤติกรรมนักเรียน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุการหยุดเรียน

ของนักเรียน และบันทึกรายงานให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูงานทะเบียนโดยพลัน

3. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนต่อเนื่องเกิน 1 เดือน ครูประจำชั้นจัดทำข้อมูลพื้นฐานนักเรียน

และสภาพปัญหาสาเหตุที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (ตามแบบ 1 สพป.พิษณุโลก เขต 2)

เพื่อส่งต่อให้ครูที่รับผิดชอบงานทะเบียน

 

 แนวปฏิบัติของครูงานทะเบียน

1.  ในกรณีที่ได้รับรายงานจากครูประจำชั้นว่ามีนักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน

หรือหยุดเรียนเกิน 7 วันภายใน 1 เดือน ให้รีบดำเนินการบันทึกข้อความรายงานนักเรียน

ขาดเรียนนาน ให้ผู้บริหารทราบ (ครั้งที่ 1)

2. ผู้บริหารสถานศึกษาแจ้งเป็นหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองนำนักเรียนมาเข้าเรียนโดยพลัน

โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือให้ผู้ปกครองลงชื่อรับหนังสือโดยตรง (แบบ พฐ.17)

3. กรณีที่ผู้ปกครองไม่ส่งเด็กเข้าเรียนภายหลังจากได้รับแจ้งเป็นหนังสือตามข้อ 2 แล้ว

(จำนวน 2 ครั้ง) สถานศึกษารายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครอง

ส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณีทราบ (แบบ พฐ. 17/1)

4. เมื่อแจ้งครั้งที่ 1 แล้ว หากผู้ปกครองยังไม่นำนักเรียนมาเรียนตามกำหนด (ขาดเกิน 10 วัน)

ให้ครูงานทะเบียนติดตามนักเรียน และรายงานให้ครูระบบดูแลทราบ คือ (บันทึกข้อความ

รายงานนักเรียนขาดเรียนนาน (ครั้งที่ 2) โดยระยะเวลาจาก ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 2 ห่างกัน

เป็นเวลา 7 วัน และทำหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน ให้ผู้ปกครองรับทราบ

โดยใช้  (แบบ พฐ.17)

5. กรณีแจ้งครบ 2 ครั้งแล้ว ยังไม่ได้รับการติดต่อจากนักเรียน/ผู้ปกครอง ให้ทำบันทึกข้อความ

แจ้งผู้บริหารสถานศึกษาทันที

6. การติดตามนักเรียนทุกกรณี ให้ครูประจำชั้นรายงานผลการติดตามนักเรียนผ่านครูผู้รับผิดชอบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

 

 

 

 

 



 แนวปฏิบัติของครูระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน/ ครูแนะแนว

1. เมื่อได้รับรายงานจากครูประจำชั้นว่ามีนักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน

หรือหยุดเรียนเกิน 7 วัน ภายใน 1 เดือน ให้รีบดำเนินการร่วมกับครูประจำชั้น เพื่อวิเคราะห์

ถึงสาเหตุและความจำเป็นที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน

2. รายงานสภาพปัญหาให้ผู้บริหารสถานศึกษา ทราบในทันที

3. ติดต่อ ประสานงานผู้ปกครองนักเรียนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

4. ในกรณีที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้ว ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนมาเข้าเรียนให้รายงาน

ผู้บริหารสถานศึกษา ทราบ ในทันที และ

5. จัดทำข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (ตามแบบ 2 สพป.พิษณุโลก

เขต 2)

6. พิจารณาข้อมูลนักเรียน ด้านสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว สภาพปัญหาที่พบเห็น

และดำเนินการออกเยี่ยมบ้านนักเรียนรายบุคคล

7. พิจารณาดำเนินงานการให้คำปรึกษารายบุคคลกับนักเรียนที่ยังคงอยู่ในพื้นที่

เพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจตนเอง และเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียน

8. ในการติดตามนักเรียนแต่ละครั้งให้ครูระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน/ครูแนะแนว

เก็บข้อมูลของการติดตามแต่ละครั้งไว้เป็นหลักฐาน โดยจัดทำแฟ้มนักเรียนที่หยุดเรียน

เป็นเวลานานเป็นรายบุคคล  ตามแบบฟอร์ม

8.1 บันทึกข้อความรายงานนักเรียนขาดเรียนนาน (ของสถานศึกษา)

8.2 แบบหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน (แบบ พฐ.17)

8.3 แบบรายงานกรณีนักเรียนหยุดเรียน (แบบ พฐ.17/1)

8.4 แบบบัญชีรายงานการติดตามนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน 

(แบบ 1 สพป.พิษณุโลก เขต 2)

8.5 แบบข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (แบบ 2 สพป.พิษณุโลก เขต 2)

 

 แนวปฏิบัติของผู้บริหารสถานศึกษา

1. เมื่อได้รับรายงานจากครูงานทะเบียน หรือครูระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน ให้พิจารณาหาแนวทางการช่วยเหลือนักเรียน

ต่อคณะกรรมการสถานศึกษา

2. ประสานงานการติดตามนักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน กับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน

ในเขตพื้นที่ของสถานศึกษา

3. พิจารณาวางแผนการแก้ไขปัญหานักเรียน ร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง และ/ หรือให้ความช่วยเหลือ ตามสภาพความจำเป็น

ของนักเรียน

4. เน้นย้ำ ชี้แจงผู้ปกครองถึงผลกระทบต่อความผิดมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

5. ในกรณีที่ดำเนินงานตามข้อ 1-4 แล้ว ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนมาเข้าเรียนให้รายงาน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (แบบ พฐ. 17/1) และ (แบบ 1,

แบบ 2 สพป.พิษณุโลก เขต 2) ในทันที

6. พิจารณา นักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน อาจจะไม่อยู่ในพื้นที่ ไปทำงานต่างถิ่น

เป็นประจำ หรือไปอาศัยอยู่กับผู้ปกครอง ให้ครูงานทะเบียน นำหนังสือแบบรับรองการไม่มีตัวตน (แบบ พฐ.23) ให้ผู้ปกครองท้องถิ่น (ผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน) ในพื้นที่ของนักเรียนลงชื่อรับรองแล้วดำเนินการแจ้งครูงานทะเบียนนักเรียนเพื่อดำเนินการและนำส่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการต่อไป

6. กรณีนักเรียนที่มีสาเหตุความจำเป็นกรณีพิเศษที่ไม่สามารถเรียนในระบบได้

และมีความจำเป็นต้องส่งต่อไปเรียนนอกระบบการศึกษา ให้ผู้ปกครองยื่นความประสงค์ที่โรงเรียน และรายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เพื่อพิจารณาความจำเป็นต่อไป

 

แนวปฏิบัติของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

1. เมื่อได้รับรายงานจากสถานศึกษา (ตามแบบ พฐ.17/1) และ (แบบ 1, แบบ 2 สพป.

พิษณุโลก เขต 2 และ แบบใบส่งการรับคำปรึกษาทางจิตวิทยา) แล้ว

2. พิจารณาคัดกรอง สาเหตุ และสภาพปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคลประสานงาน

ผู้บริหารสถานศึกษา ครูงานทะเบียน และครูผู้รับผิดชอบงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

เพื่อเตรียมการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน

3. กลั่นกรองสภาพปัญหานักเรียนเป็นรายบุคคล

4. ติดต่อ ประสานงานผู้ปกครองนักเรียนโดยตรง เพื่อให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน

ตามปกติ

5. ในกรณีที่ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนเข้าเรียนตามปกติ พิจารณาแต่งตั้งคณะทำงาน

เพื่อดำเนินการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน เพื่อหาแนวทางการช่วยเหล

ผู้รายงาน นางสาวสมใจ เหมบุตร

25 พฤศจิกายน 2568
15:25:24

การติดตามนักเรียน โรงเรียนสพป.พิษณุโลก เขต 2

รบกวน คุณครูประจำชั้น ดำเนินการตามแนวทางนี้เป็นเบื้องต้นก่อนนะคะ

แนวปฏิบัติของครูประจำชั้น

1. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนติดต่อกัน 3 วัน ครูประจำชั้นต้องทราบข้อมูลและสาเหตุ

การขาดเรียน

2. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน วัน หรือหยุดเรียนกิน วัน ภายใน เดือน

ครูประจำชั้น ติดตามนักเรียน สังเกตพฤติกรรมนักเรียน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุการหยุดเรียน

ของนักเรียน และบันทึกรายงานให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูงานทะเบียนโดยพลัน

3. ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนต่อเนื่องเกิน 1 เดือน ครูประจำชั้นจัดทำข้อมูลพื้นฐานนักเรียน

และสภาพปัญหาสาเหตุที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (ตามแบบ 1 สพป.พิษณุโลก เขต 2)

เพื่อส่งต่อให้ครูที่รับผิดชอบงานทะเบียน

 

 แนวปฏิบัติของครูงานทะเบียน

1.  ในกรณีที่ได้รับรายงานจากครูประจำชั้นว่ามีนักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน

หรือหยุดเรียนเกิน 7 วันภายใน 1 เดือน ให้รีบดำเนินการบันทึกข้อความรายงานนักเรียน

ขาดเรียนนาน ให้ผู้บริหารทราบ (ครั้งที่ 1)

2. ผู้บริหารสถานศึกษาแจ้งเป็นหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองนำนักเรียนมาเข้าเรียนโดยพลัน

โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือให้ผู้ปกครองลงชื่อรับหนังสือโดยตรง (แบบ พฐ.17)

3. กรณีที่ผู้ปกครองไม่ส่งเด็กเข้าเรียนภายหลังจากได้รับแจ้งเป็นหนังสือตามข้อ 2 แล้ว

(จำนวน 2 ครั้ง) สถานศึกษารายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครอง

ส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณีทราบ (แบบ พฐ. 17/1)

4. เมื่อแจ้งครั้งที่ 1 แล้ว หากผู้ปกครองยังไม่นำนักเรียนมาเรียนตามกำหนด (ขาดเกิน 10 วัน)

ให้ครูงานทะเบียนติดตามนักเรียน และรายงานให้ครูระบบดูแลทราบ คือ (บันทึกข้อความ

รายงานนักเรียนขาดเรียนนาน (ครั้งที่ 2) โดยระยะเวลาจาก ครั้งที่ ถึงครั้งที่ ห่างกัน

เป็นเวลา วัน และทำหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน ให้ผู้ปกครองรับทราบ

ดยใช้  (แบบ พฐ.17)

5. กรณีแจ้งครบ 2 ครั้งแล้ว ยังไม่ได้รับการติดต่อจากนักเรียน/ผู้ปกครอง ให้ทำบันทึกข้อความ

แจ้งผู้บริหารสถานศึกษาทันที

6. การติดตามนักเรียนทุกกรณี ให้ครูประจำชั้นรายงานผลการติดตามนักเรียนผ่านครูผู้รับผิดชอบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

 

 

 

 

 



 แนวปฏิบัติของครูระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน/ ครูแนะแนว

1. เมื่อได้รับรายงานจากครูประจำชั้นว่ามีนักเรียนหยุดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วั

หรือหยุดเรียนเกิน 7 วัน ภายใน 1 เดือน ให้รีบดำเนินการร่วมกับครูประจำชั้น เพื่อวิเคราะห์

ถึงสาเหตุและความจำเป็นที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน

2. รายงานสภาพปัญหาให้ผู้บริหารสถานศึกษา ทราบในทันที

3. ติดต่อ ประสานงานผู้ปกครองนักเรียนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

4. ในกรณีที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้ว ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนมาเข้าเรียนให้รายงาน

ผู้บริหารสถานศึกษา ทราบ ในทันที และ

5. จัดทำข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (ตามแบบ 2 สพป.พิษณุโลก

เขต 2)

6. พิจารณาข้อมูลนักเรียน ด้านสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว สภาพปัญหาที่พบเห็น

และดำเนินการออกเยี่ยมบ้านนักเรียนรายบุคคล

7. พิจารณาดำเนินงานการให้คำปรึกษารายบุคคลกับนักเรียนที่ยังคงอยู่ในพื้นที่

เพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจตนเอง และเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียน

8. ในการติดตามนักเรียนแต่ละครั้งให้ครูระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน/ครูแนะแนว

เก็บข้อมูลของการติดตามแต่ละครั้งไว้เป็นหลักฐาน โดยจัดทำแฟ้มนักเรียนที่หยุดเรียน

เป็นเวลานานเป็นรายบุคคล  ตามแบบฟอร์ม

8.1 บันทึกข้อความรายงานนักเรียนขาดเรียนนาน (ของสถานศึกษา)

8.2 แบบหนังสือเตือนให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน (แบบ พฐ.17)

8.3 แบบรายงานกรณีนักเรียนหยุดเรียน (แบบ พฐ.17/1)

8.4 แบบบัญชีรายงานการติดตามนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน 

(แบบ สพป.พิษณุโลก เขต 2)

8.5 แบบข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน (แบบ สพป.พิษณุโลก เขต 2)

 

 แนวปฏิบัติของผู้บริหารสถานศึกษา

1. เมื่อได้รับรายงานจากครูงานทะเบียน หรือครูระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

ในกรณีที่นักเรียนหยุดเรียนเป็นเวลานาน ให้พิจารณาหาแนวทางการช่วยเหลือนักเรียน

ต่อคณะกรรมการสถานศึกษา

2. ประสานงานการติดตามนักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน กับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน

ในเขตพื้นที่ของสถานศึกษา

3. พิจารณาวางแผนการแก้ไขปัญหานักเรียน ร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง และ/ หรือให้ความช่วยเหลือ ตามสภาพความจำเป็น

ของนักเรียน

4. เน้นย้ำ ชี้แจงผู้ปกครองถึงผลกระทบต่อความผิดมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

5. ในกรณีที่ดำเนินงานตามข้อ 1-4 แล้ว ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนมาเข้าเรียนให้รายงาน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (แบบ พฐ. 17/1) และ (แบบ 1,

แบบ สพป.พิษณุโลก เขต 2) ในทันที

6. พิจารณา นักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน อาจจะไม่อยู่ในพื้นที่ ไปทำงานต่างถิ่น

เป็นประจำ หรือไปอาศัยอยู่กับผู้ปกครอง ให้ครูงานทะเบียน นำหนังสือแบบรับรองการไม่มีตัวตน (แบบ พฐ.23) ให้ผู้ปกครองท้องถิ่น (ผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน) ในพื้นที่ของนักเรียนลงชื่อรับรองแล้วดำเนินการแจ้งครูงานทะเบียนนักเรียนเพื่อดำเนินการและนำส่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการต่อไป

7. กรณีนักเรียนที่มีสาเหตุความจำเป็นกรณีพิเศษที่ไม่สามารถเรียนในระบบได้

และมีความจำเป็นต้องส่งต่อไปเรียนนอกระบบการศึกษา ให้ผู้ปกครองยื่นความประสงค์ที่โรงเรียน และรายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต เพื่อพิจารณาความจำเป็นต่อไป

 

แนวปฏิบัติของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

1. เมื่อได้รับรายงานจากสถานศึกษา (ตามแบบ พฐ.17/1) และ (แบบ 1แบบ 2 สพป.

พิษณุโลก เขต และ แบบใบส่งการรับคำปรึกษาทางจิตวิทยา) แล้ว

2. พิจารณาคัดกรอง สาเหตุ และสภาพปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคลประสานงาน

ผู้บริหารสถานศึกษา ครูงานทะเบียน และครูผู้รับผิดชอบงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

เพื่อเตรียมการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน

3. กลั่นกรองสภาพปัญหานักเรียนเป็นรายบุคคล

4. ติดต่อ ประสานงานผู้ปกครองนักเรียนโดยตรง เพื่อให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน

ตามปกติ

5. ในกรณีที่ผู้ปกครองยังไม่ส่งนักเรียนเข้าเรียนตามปกติ พิจารณาแต่งตั้งคณะทำงาน

เพื่อดำเนินการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล

6. พิจารณาดำเนินงานการให้คำปรึกษารายบุคคลกับนักเรียนโดยตรง โดยนักจิตวิทยา

โรงเรียนประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้นักเรียนรู้จัก เข้าใจ ยอมรับตนเองและปัญหาที่กำลังเผชิญและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง เพื่อจุดมุ่งหมายให้นักเรียนกลับเข้ามาเรียนในสถานศึกษาจนจบการศึกษาภาคบังคับ

7. ประสานงานผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานทางการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ให้ความช่วยเหลือตามสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล

8. พิจารณาความจำเป็นของผู้ปกครองที่มีความประสงค์จะส่งนักเรียนเข้าเรียนนอกระบบกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (ใกล้เขตพื้นที่บริการ หรือใกล้ที่อยู่อาศัยของนักเรียนในปัจจุบัน) โดยแจ้งให้ผู้ปกครองทำการย้ายนักเรียนออกจากสถานศึกษา

เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้พิจารณาต่อไป

 

 

9. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความดูแลช่วยเหลือและรับนักเรียน

เข้าศึกษาต่อจบการศึกษาภาคบังคับ

10. ชี้แจง สร้างความตระหนัก และสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักเรียน/ผู้ปกครอง

ในความจำเป็นของการศึกษาต่อจนจบการศึกษาภาคบังคับ

11.  ติดตาม ตรวจสอบหน่วยงานทางการศึกษาปลายทางที่ผู้ปกครองแจ้งความประสงค์

ไปเข้าเรียน

12. จัดทำข้อมูลสารสนเทศการส่งต่อนักเรียน การติดตามผล

13.  จัดทำเกียรติบัตร ยกย่องให้กับบุคลากรในสถานศึกษาที่ดำเนินการติดตาม

และสรุปรายงานผลการดำเนินงานการติดตามนักเรียนที่หยุดเรียนเป็นเวลานาน

ได้กลับเข้ามาเรียน  ในระบบหรือส่งต่อนักเรียนไปนอกระบบ จนสำเร็จทุกขั้นตอน

 

 

หมายเหตุ พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ไม่มีการแก้ไขมาตรา 15 

ซึ่งยังคงระบุว่าผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้เด็กไม่ได้เรียน

ในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท 

  • เนื้อหาของมาตรา 15ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทำด้วยประการใด ๆ

อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

หนึ่งหมื่นบาท

  • ไม่มีการแก้ไขมาตรา 15จากข้อมูลที่มีอยู่ ไม่พบการแก้ไขมาตรา 15

ของพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545

  • การอ้างอิงอื่นๆอาจมีการสับสนกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้ง แต่มาตรา 15 ของพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ

พ.ศ. 2545 ยังคงเดิม 

ผู้รายงาน นางสาวสมใจ เหมบุตร